สำหรับการปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยแล้ว ไม่ว่าจะปล่อยเช่าบ้าน หรือห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม นอกจากทำเล การตกแต่ง เงื่อนไขที่เสนอให้แล้ว “ภาพถ่าย” ก็มีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ปล่อยเช่าได้เร็วขึ้น หรืออย่างน้อยก็ชวนเตะตาให้มีคนสนใจคลิกเข้ามา ลองคิดง่ายๆ จากตัวเราเอง เวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ สนใจคลิกเข้าไป ก็เพราะภาพสวยๆ วิวสวยๆ เวลาจะเลือกห้องพัก ซึ่งพักเพียงไม่กี่วัน ก็ยังเลือกที่สวยๆ จากภาพที่ถูกโพสต์บนเว็บ

                              การปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยก็เช่นเดียวกัน มีนักลงทุนหลายคนที่ประกาศให้เช่าห้องชุด หรือบ้านมาหลายเดือน ไม่สามารถขายได้ เพราะรูปไม่สวย แต่พอปรับการถ่ายรูปใหม่ให้น่าสนใจ ก็ทำให้คนคลิกเข้ามามากขึ้น ซึ่งก่อนจะเริ่มถ่ายภาพรูป อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญ นั่นก็คือ ทำความสะดวกห้องให้เรียบร้อย อย่าให้รก ให้ดูสะอาดๆ สบายตา เวลาถ่ายออกมาแล้ว จะทำให้อยากมาอยู่มากขึ้น

ส่วนเทคนิคถ่ายรูปที่ชวนให้คนสนใจก็ดังนี้


1.เลือกถ่ายรูปช่วงที่มีแสงธรรมชาติ ในฐานะเจ้าของบ้าน หรือห้องชุดนั้นๆ เราย่อมรู้ว่า แสงจะเข้าสู่ห้อง หรือบ้านของเราในช่วงเวลาใด ควรเลือกใช้ช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุด แต่ไม่ควรเลือกเวลาที่แสงแรงเกินไป เพราะจะทำให้ภาพดูขาวโพลน ไม่น่าสนใจ

2. เน้นภาพเคลียร์ เห็นครบทุกองค์ประกอบ เวลาที่เราจัดบ้าน หรือห้องชุดให้ดูเรียบร้อยแล้ว จะช่วยให้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น และทำให้ภาพออกมาดูเคลียร์ ซึ่งองค์ประกอบภาพที่ดูเคลียร์ เห็นภายในห้อง หรือภายในบ้านชัดเจน จะช่วยบอกเล่าความน่าอยู่ของบ้านได้ดี โดยการถ่ายภาพอสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่าก็ดี การขายก็ดี ควรเป็นภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเป็น Abstracts จนเกินไป หรือถ่ายเป็นมุมเบลอๆ ลางๆ แบบงานอาร์ต ก็อาจจะไม่เหมาะ เพราะคนเลือกที่อยู่อาศัยเน้นอยู่ระยะยาว

 

3. ถ่ายให้ครบทุกมุม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพบ้าน หรือห้องชุดเพื่อปล่อยเช่า ก็คือควรถ่ายให้ครบทุกมุม ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ระเบียง เพื่อให้คนเห็นภาพทั้งหมด ซึ่งการมีรูปภาพให้ดูพอประมาณหนึ่ง เช่น ห้องชุดก็ประมาณ 15-20 รูป ถ้าบ้าน (มีมุมเยอะ) อาจจะสัก 25 รูป ก็ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับห้องชุด หรือบ้านหลังนั้นๆ ได้ ถ้าเทียบกับมีรูปน้อยๆ ดูแวบเดียวก็หมดแล้ว ไม่น่าสนใจ แต่ถ้าอัพโหลดรูปมากเกินไป ก็ไม่ดี เพราะคนจะรู้สึกเบื่อ ดูนานแล้ว ยังไม่หมดอีกเหรอ

4. ถ่ายของตกแต่งด้วย บางครั้งการถ่ายซูมไปยังของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยทำให้คนดูรู้สึกว่า ห้องชุดนั้น หรือบ้านหลังนั้นมีชีวิตชีวา ดูมีจุดโฟกัสมากกว่าการถ่ายภาพห้องมุมกว้างๆ ไม่ได้โฟกัสอะไร ยิ่งถ้ามีสวนด้วย ก็ควรจะถ่ายให้เห็นภาพเขียว ตุ๊กตาตกแต่งสวน ให้ดูมีบรรยากาศที่อบอุ่น น่าอยู่อาศัย

 

 

5. เสริมด้วยภาพพื้นที่ส่วนกลาง นอกจากถ่ายภาพมุมต่างๆ ภายในห้อง หรือบ้านของตัวเองแล้ว ยังควรมีภาพพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการด้วย โดยให้ดูว่าภาพส่วนกลางเหล่านี้มีอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของโครงการหรือไม่ ถ้ามี ให้ประเมินดูว่า ภาพเหล่านั้น สวยหรือไม่ และมีมากน้อยเพียงใด ถ้าไม่มี เราควรถ่ายใหม่ ให้ครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวกที่มี

แต่ถ้าเว็บไซต์ของโครงการมีภาพ ที่เป็นภาพ Perspective ซึ่งไม่ใช่ภาพจริง แนะนำว่า ควรถ่ายใหม่เอง ให้เห็นภาพจริง แม้ว่าภาพ Perspective จะเป็นภาพที่สวย แต่คนที่ต้องการเช่าอยู่ระยะยาว ย่อมต้องการเห็นภาพของจริงมากกว่าภาพ Perspective

6. ก่อนโพสต์รูป ควรส่งให้เพื่อนดูก่อน ถ้าเราไม่ใช่มืออาชีพในการถ่ายภาพ เราควรส่งภาพที่เราถ่ายให้เพื่อนดูก่อน ลองถามความคิดเห็นของเพื่อนว่า ภาพเป็นอย่างไร น่าสนใจหรือไม่ เพราะบางทีเราถ่ายรูปเอง เราก็จะเข้าข้างตัวเองว่า ดีแล้ว สวยแล้ว แต่จริงๆ คนส่วนใหญ่ดูแล้ว ไม่น่าสนใจ นี่ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ให้นักลงทุนมือใหม่ สามารถคัดเลือกรูปที่คนส่วนใหญ่ถูกใจลงประกาศให้เช่าได้

 

7. เลือกภาพที่เป็นจุดเด่นของห้อง/บ้าน เป็นรูปนำ ในรูปที่เราถ่ายมาทั้งหมด ต้องมีอย่างน้อย 1 รูปที่เป็นรูปที่โดดเด่นสุด ดึงดูดสายตามากที่สุด ให้เลือกรูปนั้นเป็นรูปนำ ซึ่งถ้าเป็นห้องชุดแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นรูปห้องนั่งเล่น มุมนั่งเล่น มุมระเบียง จะเป็นรูปที่นำสายตา เพราะเป็นมุมที่คนส่วนใหญ่ใช้ผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดสัปดาห์



ถ้ามีรูปครบ พร้อมแล้วก็เตรียมโพสต์ได้เลย พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วน สุดท้ายหลายคนอาจมีคำถามว่า ถ่ายเอง หรือจ้างคนถ่าย แบบไหนดีกว่ากัน ถ้าเราไม่ได้มีงบประมาณอะไรมาก และห้องชุดหรือบ้านของเราไม่ได้ปล่อยเช่าในราคาสูง เป็นตลาดเช่าระดับกลาง เราก็สามารถถ่ายเองได้ เพียงแต่ถ่ายให้เคลียร์ ครบองค์ประกอบ ดูชัด ไม่มืด ไม่เบลอ ก็พอใช้ได้แล้ว แต่ถ้าเรามีงบประมาณ หรือบ้านของเรา ห้องชุดของเราราคาสูง อยากปล่อยเช่าในอัตราค่าเช่าที่สูง ลงทุนจ้างมือาชีพก็ไม่เสียหลาย ได้คุ้มกว่าเสียแน่นอน


ขอขอบคุณ

ข้อมูล :ddproperty
ภาพ :ddproperty,istock

4 สิ่งที่คุณต้องทำก่อนจะย้ายเข้าไปใช้งาน…

       ขอแสดงความยินดีด้วยสำหรับใครที่กำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ "บ้านใหม่" การย้ายเข้าบ้านใหม่อาจทำให้คุณรู้สึกเครียดหรือกังวล เพราะอาจรู้สึกว่าการจัดวางข้าวของ จัดเตรียมสิ่งต่างๆ นั้นจะเริ่มต้นจากจุดไหนดี โดยเฉพาะห้องครัวที่มีข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์มากมาย และนี่คือ 4 คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวก่อนย้ายเข้าไปแกะกล่องห้องครัวใหม่1.ทาสีห้องครัวเลย หากคุณคิดจะทำทาคุณรู้สึกว่าอยากทาสีห้องครัว คุณควรตัดสินใจและลงมือทำเลย โดยอาจทำเองหรือจ้างช่างมาทาสีห้องครัวให้คุณเพราะมันจะทำให้คุณได้ครัวที่แตกต่าง และการทาสีห้องครัวนั้นคุณก็ควรทำก่อนคุณย้ายหรือติดตั้งเตาอบต่างๆ ภายในห้องครัวด้วย2.ทำความสะอาดตู้เก็บของ ลิ้นชักและตู้เย็นก่อนที่คุณจะนำข้าวของต่างๆ ไปใส่ไว้ในตู้เก็บของ ลิ้นชัก และตู้เย็น เราแนะนำให้คุณทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ก่อน เพราะเมื่อคุณนำของเข้าไปเก็บ จัดวางอย่างเรียบร้อยแล้วมันจะเป็นการยากที่คุณจะรื้อของต่างๆ เพื่อทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้อีกครั้ง ดังนั้นอย่าลืมขั้นตอนนี้เด็ดขาด3.เช็คเครื่องใช้ไฟฟ้าและช่องจ่ายไฟต่างๆ ว่าทำงานได้ดีเช็คเรื่องการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบจ่ายไฟในห้องครัวให้เรียบร้อยก่อนที่คุณจะใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ถ้าคุณไม่ถนัดที่จะทำเองก็เรียกช่างที่มีความเชี่ยวชาญ4.วางแผนว่าจะจัด...

Read more

7 เทคนิคถ่ายภาพบ้าน-คอนโด ให้ปล่อยเช่าได…

               สำหรับการปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยแล้ว ไม่ว่าจะปล่อยเช่าบ้าน หรือห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม นอกจากทำเล การตกแต่ง เงื่อนไขที่เสนอให้แล้ว “ภาพถ่าย” ก็มีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ปล่อยเช่าได้เร็วขึ้น หรืออย่างน้อยก็ชวนเตะตาให้มีคนสนใจคลิกเข้ามา ลองคิดง่ายๆ จากตัวเราเอง เวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ สนใจคลิกเข้าไป ก็เพราะภาพสวยๆ วิวสวยๆ เวลาจะเลือกห้องพัก ซึ่งพักเพียงไม่กี่วัน ก็ยังเลือกที่สวยๆ จากภาพที่ถูกโพสต์บนเว็บ           ...

Read more

เช็คกับอสังหาริมทรัพย์เกียวข้องกันอย่างไ…

​​​เช็ค (Cheque) ​​​​​​​​​​​​​เช็คกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้นจริงๆ ในการซื้อ-ขายนั้นคงไม่มีใครใช้บัตรเครดิต หรือ การโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นแน่เพราะเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อย แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้กันบ้างแล้วในการทำสัญญาวางมัดจำ ที่จำนวนเงินไม่มากนัก แต่ในการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนองกับธนาคารนั้น ยังคงใช้เช็คกันเกือบทั้งหมด อาจมีเงินสดบ้างบางส่วนสำหรับใช้ชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ในปัจจุบันสามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าธรรมเนียมได้ด้วย ในการซื้อ-ขาย หรือว่ากู้ธนาคารนั้นจะใช้ "แคชเชียร์เช็ค" ถ้าเป็นเช็คส่วนบุคคลขอผ่านครับ เช็คคืออะไร เช็ค คือ เอกสารในรูปแบบของตราสารซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า "ผู้สั่งจ่าย" สั่ง "ธนาคาร" ให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า "ผู้รับเงิน"ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเช็คประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกัน คือ ผู้สั่งจ่ายเช็ค ​​​ ​​​​​คือ ผู้ที่เปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคาร และเซ็นสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระเงินแก่ผู้รับเงิน   ผู้รับเงิน (หรือผู้ทรงเช็ค) คือ ผู้ที่ได้รับเช็คจากผู้สั่งจ่าย...

Read more