​​​เช็ค (Cheque)

​​​​​​​​​​​​​เช็คกับอสังหาริมทรัพย์

เป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้นจริงๆ ในการซื้อ-ขายนั้นคงไม่มีใครใช้บัตรเครดิต หรือ การโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นแน่เพราะเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อย แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้กันบ้างแล้วในการทำสัญญาวางมัดจำ ที่จำนวนเงินไม่มากนัก แต่ในการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนองกับธนาคารนั้น ยังคงใช้เช็คกันเกือบทั้งหมด อาจมีเงินสดบ้างบางส่วนสำหรับใช้ชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ในปัจจุบันสามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าธรรมเนียมได้ด้วย ในการซื้อ-ขาย หรือว่ากู้ธนาคารนั้นจะใช้ "แคชเชียร์เช็ค" ถ้าเป็นเช็คส่วนบุคคลขอผ่านครับ

เช็คคืออะไร

เช็ค คือ เอกสารในรูปแบบของตราสารซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า "ผู้สั่งจ่าย" สั่ง "ธนาคาร" ให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า "ผู้รับเงิน"
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเช็คประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกัน คือ

ผู้สั่งจ่ายเช็ค

​​​ ​​​​​คือ ผู้ที่เปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคาร และเซ็นสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระเงินแก่ผู้รับเงิน

 

ผู้รับเงิน

(หรือผู้ทรงเช็ค)

คือ ผู้ที่ได้รับเช็คจากผู้สั่งจ่าย และนำเช็คที่ได้ไปฝากเรียกเก็บเงินที่ธนาคาร เพื่อเบิกเป็นเงินสด หรือนำเข้าบัญชีธนาคารตนเอง

ธนาคารผู้ส่งเรียกเก็บ (Sending Bank)

​​ ​​เป็นธนาคารที่ผู้รับเงินได้เปิดบัญชีไว้ เมื่อผู้รับเงินนำเช็คไปฝากเรียกเก็บเงิน หากเป็นเช็คของธนาคารอื่น ธนาคารก็จะส่งข้อมูลและภาพเช็คไปเรียกเก็บเงินกับธนาคารผู้จ่าย และเมื่อทราบผลการเรียกเก็บเงินแล้ว จึงจะนำเงินเข้าบัญชีของผู้รับเงิน

 

ธนาคารผู้จ่าย

(Paying Bank)

เป็นธนาคารที่ผู้สั่งจ่ายเช็คได้เปิดบัญชีไว้ และธนาคารจะทำหน้าที่ตรวจสอบลายเซ็น เงื่อนไขการสั่งจ่ายตามที่ผู้สั่งจ่ายได้ทำข้อตกลงไว้ และหักเงินจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายเพื่อจ่ายเงินให้แก่ธนาคารของผู้รับเงิน (หรือธนาคารผู้ส่งเรียกเก็บ)


ประเภทของเช็ค

·       เช็คบุคคลธรรมดา คือ เช็คที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้สั่งจ่ายเงินตามเช็ค

·       เช็คนิติบุคคล คือ เช็คที่องค์กร/บริษัทเป็นผู้สั่งจ่ายเงินตามเช็ค

·       แคชเชียร์เช็ค คือ เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายเงินตามเช็ค และระบุชื่อผู้รับเงินอย่างชัดเจน ลูกค้าจะเสียค่าธรรมเนียมการซื้อแคชเชียร์เช็คฉบับละ 20 บาท ส่วนใหญ่ผู้รับเงินนิยมนำไปขึ้นเงินภายในจังหวัดเดียวกัน เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเรียกเก็บ แต่หากนำไปขึ้นเงินในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดเดียวกับสาขาธนาคารที่ออกเช็คอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเรียกเก็บเช็ค เช่น หมื่นละ 10 บาทของจำนวนเงินตามเช็ค

·       เช็คของขวัญ จะมีลักษณะเช่นเดียวกับแคชเชียร์เช็ค ส่วนใหญ่นิยมมอบให้แก่ผู้รับในโอกาสพิเศษ

·       ดราฟต์ จะมีข้อแตกต่างจากแคชเชียร์เช็คและเช็คของขวัญ กล่าวคือ ผู้ซื้อดราฟต์ต้องเสียค่าธรรมเนียมการซื้อตามราคาบนหน้าดราฟต์ เช่น หมื่นแรก 10 บาท หมื่นต่อไปหมื่นละ 5 บาท (ขั้นต่ำ 10 - 20 บาท สูงสุด 1,000 บาท) แต่ผู้รับเงินไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเมื่อนำไปขึ้นเงินในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดเดียวกับสาขาที่ออกดราฟต์


- เช็คขีดคร่อม คือ เช็คที่ผู้รับเงินต้องนำฝากเช็คเข้าบัญชีก่อนที่จะเบิกเป็นเงินสดเท่านั้น โดยเช็คขีดคร่อมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เช็คขีดคร่อมทั่วไป กับเช็คขีดคร่อมเฉพาะ

​​- เช็คขีดคร่อมทั่วไป ผู้รับเงินต้องนำเช็คฝากเข้าบัญชีเท่านั้น โดยสามารถนำฝากเข้าบัญชีของผู้ถือธนาคารใดก็ได้ เช่น 

แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ​​

        -หากเป็นเช็คระบุ “หรือผู้ถือ” ผู้ทรงเช็คหรือผู้รับเงินสามารถนำฝากเช็คนั้นเข้าบัญชีที่ธนาคารใดก็ได้

- หากเป็นเช็คระบุ “หรือตามคำสั่ง” ต้องนำฝากเช็คเข้าบัญชีผู้รับเงินที่ระบุในเช็ค หรือ หากนำเข้าบัญชีผู้อื่นต้องมีการเซ็นโอนสลักหลังเช็คนั้นด้วย

 เป็นเช็คที่ต้องนำฝากเข้าบัญชีตามชื่อที่ระบุหน้าเช็คเท่านั้น และไม่สามารถโอนได้เช็คขีดคร่อมเฉพาะ เป็นเช็คที่ระบุชื่อธนาคารไว้ภายในเส้นขนาน และผู้รับเงินจะต้องนำเช็คฝากเข้าบัญชีธนาคารตามที่ระบุไว้เท่านั้น

ปัจจุบันนิยมใช้ตราสารการเงินอยู่ 3 แบบคือ (ไม่ค่อยนิยมใช้เช็คเท่าไหร่แล้ว)

-cashier's cheque (c/o)

-demand draft (d/d)

-gift cheque (g/c)

1.cashier's cheque (c/o)  วัตถุประสงค์การใช้คือ เพื่อสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินที่มีการระบุชื่อชัดเจน และใช้ขึ้นเงินในเขต Clearing เดียวกัน

- รูปแบบของ c/o เป็นเช็คจ่ายตามคำสั่ง (order cheque) นั่นหมายถึง ต้องระบุชื่อว่าจะต้องการสั่งจ่ายเงินให้ใคร (จ่ายให้ตัวเองก็ได้) ห้ามสั่งจ่าย "เงินสด" เด็ดขาด

- ส่วนจะขีดคร่อมหรือไม่ขีดคร่อมก็ได้

- ค่าธรรมเนียม c/o ฉบับละ 20 บาท จะซื้อ c/o ราคา 10 ล้านบาท หรือราคา 10 บาท ค่าธรรมเนียมก็ 20 บาทเหมือนกันการขึ้นเงินตาม c/o นั้น ผู้มีสิทธิ์(หรือผู้ที่มีชื่อบนหน้า c/o นั่นแหละ) จะต้องขึ้นเงินกับสาขาของธนาคารที่อยู่ในเขต Clearing (หรือเขตจังหวัดเดียวกัน) ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

* แต่ถ้าไปขึ้นเงินในต่างจังหวัดจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเช็คต่างจังหวัดอีก 0.2% ของจำนวนเงินบนหน้าเช็ค (หมายเหตุ.- บางจังหวัดมี 2 เขต Clearing เช่นอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร กรุณาสอบถามพนักงานก่อนขึ้นเงินตาม c/o)

2. demand draft (d/d)รูปแบบเหมือน c/o ทุกประการ แต่วัตถุประสงค์ เพื่อใช้ขึ้นเงินในต่างจังหวัด (หรือต่างเขต Clearing) กับสาขาที่ออก d/d นั้น เช่น หากอยู่ที่ตจว.ต้องการไปซื้อรถที่ กทม.ไม่ต้องการหอบเงินสดไป หรือไปถอนเงินต่างสาขาที่ กทม.เพราะค่าธรรมเนียมแพง (สูงสุด 1,020 บาท)

- ค่าธรรมเนียม d/d จะแปรผันตามจำนวนเงินที่สั่งซื้อ โดยจะเริ่มที่ หนึ่งหมื่นบาทแรก คิดค่าธรรมเนียม 10 บาท และหมื่นต่อๆ ไป คิดค่าธรรมเนียมหมื่นละ5 บาท (แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าปรับราคาแล้วหรือยัง)

3. gift cheque (g/c)คือเช็คของขวัญ ใช้เนื่องในโอกาสที่จะมอบเงินให้แก่ผู้รับในวาระพิเศษ

- เช่น วันเกิด แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น (เช็คสำหรับงานศพก็มี)

- ค่าธรรมเนียมฉบับละ 15 บาท รูปแบบของ g/c เป็นเช็คผู้ถือ (bearer cheque) นั่นคือที่ถือเช็คสามารถสั่งจ่าย "เงินสด" ได้ทันที

- สำหรับการขึ้นเงินg/c นี้เหมือนกับ c/o คือใช้ขึ้นเงินในเขตจังหวัดเดียวกันกับสาขาที่ออกเช็ค แต่ถ้าไปขึ้นเงินต่างจังหวัด ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม 0.2% เหมือนกัน

 

กรณีนำไปใช้ต่างจังหวัด ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเช็คเรียกเก็บอีกครั้งหนึ่ง

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม c/o กับ d/d

1. ลูกค้าต้องการซื้อตราสารราคา 10,000 บาท เพื่อจะจ่ายเงินให้กับผู้รับซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน

ถ้าซื้อ c/o จะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท แต่ถ้าซื้อ d/d เสียแค่ 10 บาท

2. ลูกค้าซื้อตราสารราคา 10,000 บาท เพื่อจะจ่ายเงินให้กับผู้รับอยู่ต่างจังหวัด

ถ้าซื้อ c/o จะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท + ค่าธรรมเนียมเช็คต่างจังหวัด (0.2%) 20 บาท รวม 40 บาท แต่ถ้าซื้อ d/d เสียแค่ 10 บาท

3. ลูกค้าซื้อตราสารราคา 100,000 บาท เพื่อจะจ่ายเงินให้กับผู้รับซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน

ถ้าซื้อ c/o จะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท แต่ถ้าซื้อ d/d เสีย 55 บาท

4. ลูกค้าซื้อตราสารราคา 100,000 บาท เพื่อจะจ่ายเงินให้กับผู้รับอยู่ต่างจังหวัดเดียว

ถ้าซื้อ c/o จะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท + ค่าธรรมเนียมเช็คต่างจังหวัด (0.2%) 200 บาท รวม 220 บาท แต่ถ้าซื้อ d/d เสีย 55 บาท

ข้อดีของการใช้เช็ค​​​

-         มีกำหนดเวลาในการบริหารเงินสด  เพื่อให้กิจการมีสภาพคล่องในการหมุนเวียน สามารถจัดสรรเงินสดที่มีอยู่ เพื่อนำไปใช้ในส่วนที่จำเป็นก่อน

-         มีความปลอดภัยมากกว่าการนำเงินสดไปจ่ายชำระ

-         สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ง่ายกว่าการทำรายการเงินสด  เพราะมีหลักฐานการทำธุรกรรมกับทางธนาคาร

ข้อควรระวังในการใช้เช็ค

-         เช็คมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วัน ที่สั่งจ่ายบนหน้าเช็ค

-         ต้องมีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายบนหน้าเช็ค

-         จำนวนเงินตัวหนังสือและตัวเลขถูกต้องตรงกัน
 


ผู้สั่งจ่าย

 

      ·       การเขียนเช็คควรใช้ปากกาหมึกสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม และไม่ควรใช้ปากกาหมึกสีสะท้อนแสง ปากกาหมึกซึม หรือดินสอ

      ·       การกรอกจำนวนเงินที่เป็นตัวเลขนั้น ควรเขียนให้ชิดกับสัญลักษณ์ "฿" หรือเขียนเครื่องหมาย "=" ข้างหน้าตัวเลข เพื่อป้องกันการเติมตัวเลขด้านหน้า

      ·       การแก้ไขข้อความบนตัวเช็ค ควรหลีกเลี่ยงการแก้ไขข้อมูลบนหน้าเช็คเพื่อป้องกันการทุจริต ในกรณีที่จำเป็น ผู้สั่งจ่ายควรใช้วิธีขีดฆ่าข้อความที่ต้องการแก้ไขทั้งหมด พร้อมลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไข โดยไม่ควรใช้น้ำยาลบคำผิด

      ·       ผู้สั่งจ่ายควรติดต่อธนาคารเพื่อขอยกเลิกเงื่อนไขการสั่งจ่ายที่ใช้ตราประทับ/ตรานูน/ตราสี เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การจ่ายเงินตามเช็คล่าช้ากว่าทั่วไป ผู้

      ·       สั่งจ่ายต้องเตรียมเงินในบัญชีให้เพียงพอสำหรับการชำระเงินตามวันที่ระบุในหน้าเช็ค เนื่องจากการเรียกเก็บเงินตามเช็คทั่วประเทศทำได้ภายใน 1 วันทำการ  (ระบบ ICAS)​

 

ผู้รับเช็ค

   

     ·       เมื่อทำเช็คหาย ควรรีบแจ้งให้ผู้สั่งจ่ายเช็คทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งขอให้ผู้สั่งจ่ายสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็คฉบับนั้นทันที หลังจากนั้นให้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และนำสำเนาดังกล่าวมอบให้แก่ผู้สั่งจ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นต่อธนาคารประกอบการระงับการจ่ายเงินตามเช็คฉบับนั้น และออกเช็คฉบับใหม่ให้แทน

      ·       เมื่อได้รับเช็คที่มีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย (หรือที่เรียกว่า เช็คเด้ง) ควรรีบติดต่อผู้สั่งจ่ายเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชีก่อนนำเช็คฝากเรียกเก็บใหม่  ทั้งนี้ ผู้สั่งจ่ายต้องเสียค่าปรับเช็คคืนให้กับธนาคารผู้จ่ายด้วย

      ·       การดูแลรักษาเช็ค ควรหลีกเลี่ยงการพิมพ์ เขียน ขูด ลบ หรือประทับตราบริเวณแถบว่างส่วนล่างสุดของเช็ค รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเจาะหรือทำให้เช็คเป็นรู การพับเช็ค หรือการทำให้เช็คเปียกชื้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

































ขอบคุณข้อมูลจาก
www.1213.or.th

ขอบคุณข้อมูลจาก http://topicstock.pantip.com

 

ถมที่ EP3 10 ข้อต้องรู้ ก่อนว่าจ้างถมดิ…

ก่อนสร้างบ้านใหม่แต่ละหลัง เจ้าของบ้านส่วนมากนิยมถมดินรอไว้เพื่อให้บ้านสูงกว่าระดับที่ดินทั่วไป จุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันน้ำท่วมรวมทั้งช่วยให้บ้านของเราดูสง่าสวยงามมากยิ่งขึ้น การถมดินเป็นเสมือนงานด่านแรกที่เกือบทุกบ้านจำเป็นต้องพบเจอ เราลองมาอ่านข้อควรรู้สำหรับการเตรียมตัวถมดินกันดีกว่า 1. จำเป็นแค่ไหนต้องถมดิน แม้บ้านส่วนมากที่สร้างขึ้นใหม่ในทุกวันนี้จะต้องถมดินก่อนก่อสร้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ การก่อสร้างจำเป็นต้องถมดินเสมอไป สำหรับสถานที่ที่ไม่ได้ต่ำกว่าระดับถนนมากนัก หรือมีพื้นที่ลาดชันลักษณะภูเขา การถมดินอาจไม่ได้จำเป็นสำหรับพื้นที่ดังกล่าว การถมดินเหมาะสำหรับพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง ผู้อ่านจำเป็นต้องสำรวจประวัติน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว อาจลองสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงว่า น้ำเคยท่วมหรือไม่ หากเคยท่วม สูงประมาณเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสั่งดินมาถมได้อย่างเหมาะสมลงตัวส่วนพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าถนนมาก หากต้องถมดินจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ผู้เขียนเองเคยคิดจะซื้อที่ดินหนึ่งผืน ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินนาราคาไม่สูงมากนัก เมื่อคำนวณค่าถมดินแล้วกลับมีราคาสูงกว่าราคาที่ดินจึงไม่คุ้มที่จะซื้อ แต่หากท่านใดคิดจะซื้อที่ดินในลักษณะดังกล่าว นอกจากการถมดินแล้ว การออกแบบบ้านให้มีโครงสร้างยกสูงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนการถมดินได้ดีครับ 2. ถมดินสูงแค่ไหนถึงจะดี ตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่ดีไม่ควรต่ำกว่าถนนแต่ในขณะเดียวกันไม่ควรสูงโจ่งจนเกินไป สำหรับบ้านทั่ว ๆ ไป...

Read more

ถมที่ EP2 ระวังผู้รับเหมาปล้นโดยไม่รู้ตั…

ราคาการถมที่ดินเบื้องต้น ระวังผู้รับเหมาปล้นโดยไม่รู้ตัว  ค่าใช้จ่ายในการถมที่ดินกัน ซึ่งโดยทั่วไปการถมที่ดินนั้นจะมีราคาไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายๆ อย่าง อาทิ ระยะทางในการขนส่ง ขนาดพื้นที่ สภาพที่ดิน เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่อยากจะสร้างบ้านในราคาที่ประหยัด อยู่ในงบประมาณก็ควรเริ่มต้นศึกษาข้อมูลค่าใช้จ่ายตั้งแต่การถมที่ดินเลย เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่จะคิดราคาการถมที่ดินไม่เหมือนกัน บางรายคิดเป็นคันรถ บางรายคิดเป็นคิว แต่จะคิดราคาเหมารวมกับค่าบดอัดเจ้าของที่ดินสามารถเปรียบเทียบและคำนวณหาผู้รับเหมาที่ถูกที่สุดได้โดยการแปลงพื้นที่ดินจากตารางวาให้เป็นตารางเมตรด้วยการเอา ขนาดพื้นที่ดิน (ตารางวา) x 4 = พื้นที่ตารางเมตร ตัวอย่าง ที่ดิน 50 ตารางวา x 4 = 200 ตารางเมตร พอได้ผลลัพธ์ที่เป็นขนาดที่ดินแบบตารางเมตรแล้วก็มาคำนวณความสูงของดินที่จะถม...

Read more

ถมที่ EP1 เรื่องต้องรู้ก่อนสร้างบ้าน

ก่อนจะมีการสร้างบ้านใหม่ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องรู้เป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องของการถมที่ดิน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบไว้ เพราะที่ดินนั้นจะเป็นรากฐานที่สร้างความมั่นคงให้กับบ้าน และปัจจุบันคนส่วนใหญ่ก็มักจะหันมาใช้งบประมาณในการปลูกบ้านบนที่ดินของตนเองมากขึ้น จากราคาของบ้านเดี่ยวจัดสรรที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปแล้ว และการปลูกสร้างเองก็สามารถควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่า ดังนั้นสำหรับใครที่มีงบในการหาที่อยู่อาศัยในจำนวนจำกัด ได้เวลาหาซื้อที่ดินเก็บไว้ หรือ นำที่ดินอันเป็นสมบัติเก่าเก็บมาจัดการถมที่ดินใหม่เพื่อใช้ในการสร้างบ้านกันดีกว่าแต่ทั้งนี้เอง อันดับแรกก็ต้องมาทำความรู้จักกับปัจจัยต่างๆ สำหรับการถมที่ดินของตัวเองก่อน เนื่องจากการถมที่ดินนั้นถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะมีเรื่องของกฎหมาย ประวัติที่ดิน และผู้รับเหมามาเกี่ยวข้อง หากใครคิดที่จะส้รางบ้านจึงจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะทำการถมที่ดิน โดยจะแบ่งออกเป็น เรื่องกฎหมาย ก่อนทิ่คิดจะปลูกบ้านบนที่ดินของตนเอง สิ่งแรกที่จำเป็นจะต้องศึกษาก็คือเรื่องกฎหมายสำหรับการถมที่ดิน ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างบ้าน หากไม่ทำการศึกษาอาจทำให้การถมที่ดินส่งผลกระทบไปสู่ที่ดินข้างเคียงของผู้อื่นให้เสียหายได้ ดังนั้นการถมที่ดินจึงมีข้อบังคับให้อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 จะมีประเด็นหลักที่ต้องดูด้วยกัน 3 ข้อ คือ 1.หากเจ้าของที่ดินจำเป็นต้องทำการขุดดิน...

Read more

เทคนิคเลือกต้นไม้ สร้างร่มเงาให้บ้าน

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับอากาศที่นับวันจะร้อนมากขึ้น ความอบอ้าวทำให้แต่ละบ้านหันมาพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยบรรเทาความร้อนให้กับบ้าน แต่คงจะดีกว่าถ้าเราจะทำให้บ้านร่มเย็นขึ้นด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟและพลังงานได้อีกด้วย และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้บ้านร่มรื่นร่มเย็นได้โดยธรรมชาติ หลายคนอาจกำลังนึกถึงร่มเงาต้นไม้ใหญ่ในรั้วบ้านตัวเอง แต่หากไม่รู้จะเลือกปลูกต้นไม้อะไร ลองอ่านเทคนิคการเลือกต้นไม้ที่จะสร้างร่มเงาให้บ้านกันได้เลย หน้าบ้านทิศใต้      ทิศใต้เป็นทิศที่แดดเข้าตลอดวัน และเกือบจะทั้งปี เนื่องจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะโคจรอ้อมทิศใต้ปีละ 8 เดือน ที่เหลืออีก 4 เดือน ดวงอาทิตย์ถึงจะโคจรอ้อมไปทางทิศเหนือ ดังนั้นบ้านที่หันไปทางทิศใต้ก็จะร้อนสุด จำเป็นที่จะต้องมีต้นไม้ใหญ่มาบังหรือให้ร่มเงาเพื่อลดความร้อนที่เข้ามา ต้นไม้ที่คู่ควรกับทิศใต้ก็จะต้องเป็นต้นไม้ที่ทนแดด ใบหนา พุ่มทึบ แผ่แน่นที่ปลายยอด แต่โคนต้นโปร่ง เพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านต้นไม้เข้าสู่ตัวบ้านได้ เพราะว่าทิศใต้ไม่ได้มีแต่แสงแดดที่เข้ามาเท่านั้น แต่ยังพัดพาเอาลมเข้ามาด้วย อาจเลือกเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ดอกหอม        ...

Read more