หากคิดที่จะเป็นสูงวัยใจเกินร้อย...

หลายคนชอบพูดว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” แต่อันที่จริงมันก็เป็นตัวเลขที่น่ากลัวนะ เพราะเมื่อมันแตะๆเลข 5 นี่ เราจะพบว่าร่างกายมันมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก 
อย่างแรกที่บอกว่าแก่ลงแน่ๆคือ สายตามันจะเริ่มฟ้อง แต่สิ่งที่อาจจะไม่ได้สังเกตก็คงจะเป็นเรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงความสามารถในการทำงานของหัวใจ
โดยเฉพาะ Max.HR จะลดลงกว่าในวัยหนุ่ม ( ยกเว้นคนที่ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะพบว่า Max.HR ลดลงไปช้ากว่าคนที่อายุเท่ากันแต่ไม่ได้ออกกำลังกาย )

Body mass index   เคยคำนวณ BMI กันบ้างไหม ?
BMI หรือ Body mass index เป็นผลลัพธ์ของการเอาน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกก.) หารด้วย ส่วนสูงยกกำลังสอง (หน่วยเป็นเมตร ) 
ผมเองปีนี้ก็ย่าง 56 แล้ว น้ำหนักตัว 58.8 กก. สูง 1.66 เมตร คำนวณ BMI = 58.8 / 1.66^2 = 21.34 กก./ตารางเมตร 
แล้ว BMI มันมีช่วยแปลผลอะไร
เราพบกันว่าค่า BMI มีความสัมพันธ์กับกลุ่มโรค NCD ( Non-communicated disease ) 4 โรคหลัก คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง 
แต่การแปลผลของค่า BMI มีความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์กันพอสมควร เคยมีการศึกษาในคนญี่ปุ่นและคนสิงคโปร์ซึ่งน่าจะเทียบเคียงเผ่าพันธุ์ได้ใกล้เคียงกับคนไทย 
สรุปถึงความสัมพันธ์ของค่า BMI กับความเสี่ยงต่อกลุ่ม โรค NCD ดังนี้ตามตารางBMI ในภาพแรก



ทำไมชาวสว.ถึงเป็นกลุ่มเสี่ยง ? 
ไม่ใช่ว่า ชาวสว.ทุกคนหรอกนะ แต่สาเหตุการตายที่พบบ่อยในชาวสว.ในขณะออกกำลังกายมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวแทบจะทั้งสิ้น หัวใจล้มเหลวส่วนใหญ่ก็มักจะมีสาเหตุนำมาจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 
แน่นอนครับปัญหาก็คือ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมันไม่สมบูรณ์ มันอาจจะตีบ อาจจะตันนิดๆหน่อย ในยามปกติก็อาจจะไม่มีอาการอะไร แต่มันจะไม่เพียงพอในภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจต้องการออกซิเจนมากๆ
ชาวสว.หลายคนหันมาออกกำลังกายเพราะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว อาจจะพอรู้ว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพมาก่อน แต่ก็ยังมีบางท่านที่อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้กันเท่าไหร่ เห็นเพื่อนๆในวัยเดียวกัน 
ชวนมาปั่นจักรยานก็เลยโดดเข้ามาร่วมกระบวนการสองล้อท้าสายลมและแสงแดดตามกลุ่มเพื่อนไป จึงมีโอกาสที่คนกลุ่มนี้จะหักโหมจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่ายๆ
 
แพ้ไม่เป็น !!!
ไม่มีใครที่ชนะตลอดกาลยันนิรันดร์หรอกนะครับ เราแพ้สังขารครับ แต่เพราะใจเราไม่ยอมรับ ความรู้สึกว่า ”แพ้ไม่เป็น” จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้สว.หลายท่านต้องมาประสบเคราะห์กรรมกันในสนามจักรยาน 
เรื่องชาวสว.เสียชีวิตในขณะปั่นจักรยานไม่ว่าจะในสนามแข่งขัน ใน SkyLane หรือ ล่าสุดในงานปั่นขึ้นดอยอินทนนท์ ก็มักจะมีสาเหตุมาจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งแน่นอนครับ ภาวะซ่อนเร้นที่นึกไม่ถึง โรคเดิมที่เป็นอยู่ ก็ล้วนแต่เป็นผู้ร้ายหลังฉากทั้งสิ้น
ความเสื่อมของสังขารร่วมกับการละเลยในสังขารก็ล้วนส่งเสริมให้ความรู้สึก ”แพ้ไม่เป็น” มาสร้างเรื่องเศร้าให้เราท่านได้ยินได้ฟังกันเป็นระยะ

อยากจะเป็นสูงวัยใจเกินร้อย หรือ ฒ.ผู้เฒ่าห้าวเป้ง แล้วไม่เป็นภาระลูกหลาน
1. พบแพทย์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ ตรวจสุขภาพครั้งสุดท้ายเป็นอย่างไรบ้าง เช็คกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด
2. Exercise Stress Test ( EST )หรือ ที่เรียกกันแบบบ้านๆว่า “วิ่งสายพาน” เป็นวิธีการตรวจสภาพการทำงานของหัวใจในขณะออกกำลังกายได้ดีมากวิธีหนึ่ง 
เพราะเมื่อหัวใจเริ่มทำงานหนักขึ้นๆ แพทย์หัวใจที่ทำการทดสอบจะสามารถบอกความผิดปกติได้จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจทีเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยถ้ามันผิดปกติในขณะออกกำลังกาย 
มันก็ยังอยู่ต่อหน้าแพทย์ที่มีความชำนาญ ดีกว่าไปเกิดในขณะปั่นจักรยานหรรือเล่นกีฬาชนิดอื่นๆกับเพื่อนๆ


3. จักรยานราคาเป็นหมื่นซื้อได้ แล้ว HRMราคาไม่แพงเลยนั้น ทำไมไม่หามาใช้กันครับ HRM เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก เพราะถ้าชาวสว.ได้เคยไปทำ EST 
ท่านจะทราบเลยว่า อัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายนั้นควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ และสำหรับผู้ไม่เคยทำ EST มาเลย HRM ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า อย่างน้อยก็ไม่ควรจะดึงดันให้หัวใจเต้นเร็วไปกว่า 90%MHR 
แล้วสำหรับท่านที่เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยจนอึดอัด ไม่สบาย ท่านก็ยังสามารถรู้เพดานสูงสุดว่า HR เท่าไหร่ที่เริ่มมีอาการ ก็อย่าเข้าไปอยู่ในโซนนั้น


4. หัดยอมแพ้บ้าง สว.ใจเกินร้อยที่ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่องนั้น ยังไงๆก็สู้คนหนุ่มสาวที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่า ความ”อึด” หรือ Endurance รวมไปถึง Aerobic Capacity 
จะยังคงสามารถรักษาไว้ได้ แต่ !!! Maximum Oxygen consumption ( VO2max ) รวมไปถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ จะย่อมลดลงไปตามอายุ 
ชาวสว.ที่ฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยหนุ่มหรือวัยกลางคนก็ตาม ก็ยังอาจพบว่า Aerobic capacityไม่ได้ด้อยกว่าคนหนุ่มสาวเลย จึงไปไหนไปกันได้ แต่ในเวลาที่หนุ่มสาวเขาห้าวเป้ง 
ชิงชัยตะบี้ตะบันกัน ตรงนั้นเราชาวสว.ก็ควรจะเหลือบมาดูตัวเองบ้างว่า HR เราขึ้นไปถึงไหนแล้ว เรายังจะอยู่ตรงนั้นได้นานแค่ไหน สำนึกมากๆหน่อยนะครับ ไม่งั้นเขาคงจะไม่แบ่ง ”รุ่นอายุ” กันอย่างแน่นอน ดังนั้นพึงสำนึกทุกครั้ง ถ้าท่านจะต้อง ”แช่” ที่โซนสูงๆนานๆ
5. รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้บ้าง สว.ใจเกินร้อยที่ไม่ใช่นักกีฬา ไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง แต่มาออกกำลังกายตามเพื่อน แล้วก็ยังมีปัญหาห้อยตามเป็นหางว่าว ไม่ว่าน้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมัน ความดัน 
ต้องรู้ตัวเองนะครับว่า ท่านไม่มีทางสู้คนอื่นที่เขาสุขภาพดีกว่าได้ เพราะสุดท้ายท่านจะแพ้ภัยตัวเอง สร้างเรื่องทุกข์ใจให้ลูกหลานโดยประมาท
6. มีสติและสัมปชัญญะ ชาวสว.มักจะมีปัญหาเรื่องระบบระบายความร้อนของร่างกาย ขาดน้ำได้โดยง่าย ความรู้สึกกระหายน้ำมาช้า ในช่วงที่อากาศร้อนมหาโหดที่กำลังจะมาเยือนเร็วๆนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ 
และการเฝ้าระวังโดยการให้ความใส่ใจกับ HRM จะเป็นเรื่องที่สามารถลดความเสี่ยงลงได้ นอกจากนั้นชาวสว.ยังมีปัญหาเรื่องกระดูกบาง เปราะ หักง่าย หากท่านไม่ได้มีทักษะในการบังคับควบคุมจักรยานที่ดีพอ 
ก็ไม่ควรพาตัวเข้าไปในภาวะเสี่ยงนะครับ ทางโค้งก็ดี ทางลงเขาก็ดี เห็นเขาเข้าโค้ง สาดโค้งกัน ก็ย่ามใจตามเขาเข้าไป แบบนี้ก็ต้องใช้สติมากๆหน่อยนะครับ
 
สุดท้ายนะครับ สูงวัยไม่ได้แปลว่าแก่เฒ่า อยู่กับมัน รู้ทันมัน มีสติกับมัน เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของมัน ก็สามารถปั่นจักรยานอย่างมีความสุขได้เสมอ
 
Cr : Lucifer cyclingplusthailand,เพจTC100@Charity by Srisanun Nuthcaya,คุณวุฒินทร ถนอมวงศ์,ภาพประกอบGOOGLE


15 ข้อต้องรู้!การจัด ฮวงจุ้ยเตียงนอน ตาม…

ฮวงจุ้ยเตียงนอน มีความสำคัญไม่แพ้ เรื่องของ ความนุุ่ม – ความแข็ง ของเตียง เลยค่ะ ทั้งทิศทาง และ ตำแหน่งของเตียง ล้วนส่งผลต่อคุณภาพการนอน และ สุขภาพของเรา เป็นอย่างมาก และเมื่อการนอนเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตเราขนาดนี้ แล้ว เราจะไม่จัดฮวงจุ้ยดีๆ ให้กับตัวเองกันสักหน่อยหรือคะ ?  แต่หากพูดถึงทางด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยในแง่ของโหราศาสตร์แล้ว ตำแหน่งเตียง เชื่อมโยงกับ พลังงานชี่ หากจัดดีๆ คุณภาพชีวิตของผู้นอนก็จะสมดุล เพราะตำแหน่งเตียงส่งเสริมการไหลของพลังชี่ ทำให้มีโชคลาภ มีความเจริญก้าวหน้า โดยทิศแต่ละทิศ มีอิทธิพลต่อผู้อยู่อาศัยดังนี้   รูปแบบของตำแหน่งการจัดเตียงที่ดี...

Read more

ถมที่ EP3 10 ข้อต้องรู้ ก่อนว่าจ้างถมดิ…

ก่อนสร้างบ้านใหม่แต่ละหลัง เจ้าของบ้านส่วนมากนิยมถมดินรอไว้เพื่อให้บ้านสูงกว่าระดับที่ดินทั่วไป จุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันน้ำท่วมรวมทั้งช่วยให้บ้านของเราดูสง่าสวยงามมากยิ่งขึ้น การถมดินเป็นเสมือนงานด่านแรกที่เกือบทุกบ้านจำเป็นต้องพบเจอ เราลองมาอ่านข้อควรรู้สำหรับการเตรียมตัวถมดินกันดีกว่า 1. จำเป็นแค่ไหนต้องถมดิน แม้บ้านส่วนมากที่สร้างขึ้นใหม่ในทุกวันนี้จะต้องถมดินก่อนก่อสร้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ การก่อสร้างจำเป็นต้องถมดินเสมอไป สำหรับสถานที่ที่ไม่ได้ต่ำกว่าระดับถนนมากนัก หรือมีพื้นที่ลาดชันลักษณะภูเขา การถมดินอาจไม่ได้จำเป็นสำหรับพื้นที่ดังกล่าว การถมดินเหมาะสำหรับพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง ผู้อ่านจำเป็นต้องสำรวจประวัติน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว อาจลองสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงว่า น้ำเคยท่วมหรือไม่ หากเคยท่วม สูงประมาณเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสั่งดินมาถมได้อย่างเหมาะสมลงตัวส่วนพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าถนนมาก หากต้องถมดินจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ผู้เขียนเองเคยคิดจะซื้อที่ดินหนึ่งผืน ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินนาราคาไม่สูงมากนัก เมื่อคำนวณค่าถมดินแล้วกลับมีราคาสูงกว่าราคาที่ดินจึงไม่คุ้มที่จะซื้อ แต่หากท่านใดคิดจะซื้อที่ดินในลักษณะดังกล่าว นอกจากการถมดินแล้ว การออกแบบบ้านให้มีโครงสร้างยกสูงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนการถมดินได้ดีครับ 2. ถมดินสูงแค่ไหนถึงจะดี ตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่ดีไม่ควรต่ำกว่าถนนแต่ในขณะเดียวกันไม่ควรสูงโจ่งจนเกินไป สำหรับบ้านทั่ว ๆ ไป...

Read more

ถมที่ EP2 ระวังผู้รับเหมาปล้นโดยไม่รู้ตั…

ราคาการถมที่ดินเบื้องต้น ระวังผู้รับเหมาปล้นโดยไม่รู้ตัว  ค่าใช้จ่ายในการถมที่ดินกัน ซึ่งโดยทั่วไปการถมที่ดินนั้นจะมีราคาไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายๆ อย่าง อาทิ ระยะทางในการขนส่ง ขนาดพื้นที่ สภาพที่ดิน เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่อยากจะสร้างบ้านในราคาที่ประหยัด อยู่ในงบประมาณก็ควรเริ่มต้นศึกษาข้อมูลค่าใช้จ่ายตั้งแต่การถมที่ดินเลย เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่จะคิดราคาการถมที่ดินไม่เหมือนกัน บางรายคิดเป็นคันรถ บางรายคิดเป็นคิว แต่จะคิดราคาเหมารวมกับค่าบดอัดเจ้าของที่ดินสามารถเปรียบเทียบและคำนวณหาผู้รับเหมาที่ถูกที่สุดได้โดยการแปลงพื้นที่ดินจากตารางวาให้เป็นตารางเมตรด้วยการเอา ขนาดพื้นที่ดิน (ตารางวา) x 4 = พื้นที่ตารางเมตร ตัวอย่าง ที่ดิน 50 ตารางวา x 4 = 200 ตารางเมตร พอได้ผลลัพธ์ที่เป็นขนาดที่ดินแบบตารางเมตรแล้วก็มาคำนวณความสูงของดินที่จะถม...

Read more

ถมที่ EP1 เรื่องต้องรู้ก่อนสร้างบ้าน

ก่อนจะมีการสร้างบ้านใหม่ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องรู้เป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องของการถมที่ดิน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบไว้ เพราะที่ดินนั้นจะเป็นรากฐานที่สร้างความมั่นคงให้กับบ้าน และปัจจุบันคนส่วนใหญ่ก็มักจะหันมาใช้งบประมาณในการปลูกบ้านบนที่ดินของตนเองมากขึ้น จากราคาของบ้านเดี่ยวจัดสรรที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปแล้ว และการปลูกสร้างเองก็สามารถควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่า ดังนั้นสำหรับใครที่มีงบในการหาที่อยู่อาศัยในจำนวนจำกัด ได้เวลาหาซื้อที่ดินเก็บไว้ หรือ นำที่ดินอันเป็นสมบัติเก่าเก็บมาจัดการถมที่ดินใหม่เพื่อใช้ในการสร้างบ้านกันดีกว่าแต่ทั้งนี้เอง อันดับแรกก็ต้องมาทำความรู้จักกับปัจจัยต่างๆ สำหรับการถมที่ดินของตัวเองก่อน เนื่องจากการถมที่ดินนั้นถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะมีเรื่องของกฎหมาย ประวัติที่ดิน และผู้รับเหมามาเกี่ยวข้อง หากใครคิดที่จะส้รางบ้านจึงจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะทำการถมที่ดิน โดยจะแบ่งออกเป็น เรื่องกฎหมาย ก่อนทิ่คิดจะปลูกบ้านบนที่ดินของตนเอง สิ่งแรกที่จำเป็นจะต้องศึกษาก็คือเรื่องกฎหมายสำหรับการถมที่ดิน ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างบ้าน หากไม่ทำการศึกษาอาจทำให้การถมที่ดินส่งผลกระทบไปสู่ที่ดินข้างเคียงของผู้อื่นให้เสียหายได้ ดังนั้นการถมที่ดินจึงมีข้อบังคับให้อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 จะมีประเด็นหลักที่ต้องดูด้วยกัน 3 ข้อ คือ 1.หากเจ้าของที่ดินจำเป็นต้องทำการขุดดิน...

Read more