“ผ่อนบ้าน (คอนโด) แนว ฮาร์ดคอร์ หมดภายใน 7-10 ปี” ฟันธง !!

สวัสดีค่ะวันนี้เรามีความรู้ดีๆเกี่ยวกับกาาร ผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ภายใน 7-10 ปี โดยเรื่องราวนี้เป็น 
เรื่องราวของคุณ สมาชิกหมายเลข 872766 สมาชิกจาก pantip.com
ผมอยากแชร์ประสบการณ์ ผ่อนบ้านและคอนโด ที่ผมเคยทำตั้งแต่ยังเป็น มนุษย์เงินเดือน เริ่มต้น ตั้งแต่ start เงินเดือน 14,000 บาท เมื่อ 18 ปีที่แล้ว จนพัฒนา เลื่อนตำแหน่ง เปลี่ยนงานมาก็มาก จนปัจจุบันมาทำธุรกิจส่วนตัว จึงมั่นใจว่าวิธีการจัดการผ่อนบ้านของผม ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจสำหรับตัวเอง และคิดว่า น่าจะพอเป็น guide line ให้คนที่เริ่มคิดจะซื้อบ้าน หรือ คอนโด ตามนโยบายของรัฐ ที่กำลังจะหมดวันพรุ่งนี้ (จะทันไหม?? ถ้าข้อมูลผิด ขออภัย) ถ้าใครทราบแล้ว หรือ ไม่สนใจอ่านผ่านๆได้นะครับ
ขอบอกว่า แนวทางผม อาจจะ “อึดอัด” และต้องมี “วินัยสูง” แต่รับประกันว่า สามารถลดเวลาผ่อนของสินทรัพย์ของท่านๆ จาก 25-30 ปี ไปครึ่งๆ หรือมากกว่า เหลือผ่อน 7-10 ปี เลยทีเดียว !!!
 

เริ่มเลยไม่ต้องเสียเวลา 555
ยกตัวอย่าง
 
ผมเริ่มคิดจะมีสินทรัพย์แรก คือ ทาว์นโฮม ครับ เป็นทาว์นโฮม ที่อยู่ เกือบจะในเมือง หรือ เกือบจะนอกเมือง 555 (คือมันอยู่ปลายๆ พระราม 9)
 
ราคา ประมาณ 4 ล้านบาท สมัยนั้นผมทำงานบริษัท หน้าที่การงานดี ได้เงินเดือนๆละ 55,000 บาทครับ พอตัดสินใจจะซื้อ เซลล์ มักจะโน้มน้าว เราต่างๆนานา เพราะ เห็นว่า เราคงกู้ผ่านแน่ๆ “บอกพี่ ผ่อนเดือนละ 20,000 เองคะ สบายๆ” ประโยคนี้ อันตรายครับ เพราะหากเป็นคนทั่วไป มักจะคิดว่า เงินเดือน 5 หมื่นกว่า ผ่อนแค่ 2 หมื่น ชิวๆ ใช่มั้ยครับ??
 
วิธีคิดของผม คือ ถ้าเราชอบสินทรัพย์นั้นๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คอนโด บ้าน หรือ ทาว์นเฮ้าส์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ท่านตั้งใจจะซื้อแน่นอน
 
“ถ้า เราต้องผ่อน 20,000 บาท (ตัวอย่าง) ให้เราคิดว่า เราต้องผ่อน เป็น “2เท่า” คือ “40,000 บาท”ให้ได้ ผมถึงจะซื้อครับ”
 
อ่านถึงตรงนี้ คงมีคนบอก ” งั้นอย่าผ่อนเลย ไม่มีวันมีบ้านหรอกชาตินี้ คิดแบบนี้ ” คิดแบบนั้นก็คือ ผ่อนไปตามนั้น เดือนละ 20,000 บาท ตามทั่วไป มันก็ไปจบที่ผ่อน 25-27 ปี ถึงได้เป็ยเจ้าของจริงๆ (โดยประมาณของดอกเบี้ยลดต้นลดดอกของการผ่อนบ้าน)
 
แต่ผมบอกแล้ว วิธีผม ” ฮาร์ดคอร์ ”  5555+
 
ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น !!! เพราะท่านรู้ไหมครับ การ กู้ซื้อบ้าน ดอกเบี้ย แพงมากๆๆๆๆ
 
ท่านจะทราบ ก็ต่อเมื่อเป็นลูกหนี้แล้วเท่านั้น เอาดอกเบี้ยมาตรฐานทั่วไป MLR-1% หรือคือ ดอกเบี้ยประมาณ 5-7% ต่อปี อย่าไปสนใจตัวเลขนี้ดูแล้ว งงๆ เพราะเวลาเรา ผ่อนบ้าน มันจะมี 1-3 ปีแรก หลายๆแบบ 0% ปีแรกบ้าง ปีต่อไปลอยตัว (อันนี้ไม่ค่อยมีแล้ว) แบบขั้นบันไดบ้าง ผมขอไม่ลง detail นะครับ ขอสมมุติว่าดอกเบี้ย 5-7 % ต่อปีแบบเท่ากันหมด (ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ผ่อนกัน เกิน 3 ปีกันอยู่แล้ว แล้วค่อยรีไฟแนนซ์ นี้ก็อีกเรื่องนึง เดียวค่อยมาต่อ ถ้ามีโอกาส)
 
เอาแบบบ้านๆ คือ เวลาบิลเรียกเก็บค่างวดมาที่บ้าน หาก ท่านผ่อน เดือนละ 20,000 บาท ท่านเห็นในบิลเลยว่า…
 
ดอกเบี้ย = 12,000 บาท
 
(หัก) เงินต้น = 8,000 บาท (เอาเลขกลมๆ) -_-”
 
นี้คือค่าผ่อนต่อเดือนนะครับ คราวนี้ ดอกแพงหรือยังครับ?? กู้ไป 4 ล้าน เมื่อไหร่จะหมด?? (4,000,000 – 8,000 = 3,992,000)
 
วิธีผม คือ ผ่อน “2 เท่า” คือ 40,000 บาท เหลือกินใช้ 15,000 บาท (สำหรับคนไม่มีภาระนะครับ หากมีภาระแล้ว อยากใช้วิธีนี้ แนะนำ ดูสินทรัพย์ที่ถูกลงมาครับ)
 
“20,000 บาทแรก” (ดอก12,000 + หักต้น 8,000)
 
“20,000 บาทหลัง” (หักเงินต้น 100% หรือ หักไปเลย อีก 20,000)  ^_^
 
หมายความว่า ท่านจะสามารถหักเงินต้น เดือนนั้น ได้ถึง 8,000 + 20,000 บาท หรือ “3.5 เท่า” ของการหักโดยปกติ !!! (4,000,000 – 28,000 = 3,972,000)
 
เห็นไหมครับว่า เงินต้นที่กู้ Bank มา ลดลงเร็วเยอะขึ้น เพราะ เราได้จ่ายดอกเบี้ยสำหรับ ค่างวด 20,000 บาทแรกแล้ว  ท่านก็ทำแบบนี้ ไปเรื่อยๆ พอสิ้นปีได้ โบนัส หรือ ถูกหวย ได้เงินพิเศษมา เดือนนั้น ก็จ่ายเพิ่มหนักหน่อย แต่.. บางครั้งเราก็จำเป็นใช้เงิน ท่านก็สามารถลดเงินค่างวดพิเศษลงได้ หรือไม่จ่ายเพิ่มเดือนนั้น แต่อย่าทำบ่อยนะครับ ถ้ามีครั้งแรก…ย่อมมีครั้งที่ 2 เสมอ 5555+
 
ไม่นาน พอผ่านไปซัก 3 ปี ผมกล้าพูดได้เลย เงินต้นที่ท่านกู้จะลดลงไปมากๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทแน่นอนครับ หนี้จาก “4ล้าน ก็จะเหลือไม่ถึง 3 ล้าน ประมาณ 2ล้านปลายๆ (ถ้าผ่อนแบบปกติ ครบ 3 ปี เงินต้นจะลด ไปแค่ 1 แสนบาท เองครับ คิดดู)
 
หากท่านมีวินัย โปะไปเรื่อยๆ หนี้สินก็จะหมด ภายใน 5-7 ปี แล้วท่านก็จะปลอดหนี้แล้ว ถ้าไม่สร้างหนี้เพิ่มเหมือนผม เอิ๊กๆๆๆ
 
วิธีการ คือ
 
โดยทั่วไป Bank มักจะให้หักค่างวดจาก บัญชีธนาคารของ Bank นั้นๆเลย  (20,000 แรก)
 
โดยเราสามารถจ่ายเพิ่มอีก เท่านึง (20,000 หลัง) ได้โดยการไปจ่ายที่เคาเตอร์ธนาคารนั้นๆครับ
 
แนะนำว่า ควรไปจ่ายเพิ่มอีก เท่านึง ภายในเดือนนั้นๆ แต่ควรเป็น ต้นเดือน เพราะโดยปกติ ธนาคารจะเรียกเก็บค่างวดจากการหักบัญชีเรา ตอนสิ้นเดือน (ส่วนใหญ่วันที่ 30 ของทุกเดือน) เพราะ…
 
ถ้าเราจ่ายวันที่ 1 ของเดือนนั้น แบงค์จะแอบคิดดอกเบี้ย 1 วัน ประมาณนี้ (500 บาท) หักเงินต้น (19,500 บาท) อ้าวววว…ไหนบอกหัก 100% ไง ??
 
คือ อย่าตกใจครับ เพราะ ตอนแบงค์หักเงินจากบัญชีเรา วันที่ 30 ที่หักค่างวดปกติ ดอกเบี้ยก็จะคิดแค่ 29 วัน ไม่นับวันที่ 1 ที่เราจ่ายแล้วครับ เข้าใจแล้วใช่มั้ยครับ แหะๆๆ
 
พอครบ 3 ปี เราค่อยไปรีไฟแนนซ์กับ แบงค์อื่นที่เราจ่ายดอกเบี้ยน้อยกว่า เพราะจะมีโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ที่ ดีกว่า เพราะครบ 3 ปี เราจะไม่ได้โปรจากแบงค์เดิมแล้ว “ปีที่ 4 ทุกแบงค์จะคิดดอกเบี้ยลอยตัวหมดครับ” (ควรไปรีไฟแนนซ์ หรือ บ้านๆ เรียกว่า ไปกู้แบงค์อื่นครับ เพื่อ โปรดอกเบี้ยที่ถูกลง อย่าทำก่อน 3 ปีนะครับ จะโดนค่าปรับ ไม่คุ้มครับ)
 
หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์สำหรับคนที่คิดกู้เงินซื้อบ้านนะครับ วิธีการนี้ หากใช้ให้เป็น มันสามารถสร้างสินทรัพย์ได้ 4-5 อัน ในระยะเวลาเท่าๆกัน กับคนทั่วไป ที่ใช้เวลา 25-30 ปี ในการสร้างสินทรัพย์แค่อันเดียว
 
แล้วถ้าหาก.. สินทรัพย์เหล่านั้นที่ท่านเลือก เป็นสินทรัพย์ที่ดี ออกดอกออกผล สร้างรายได้ หรือ cash flow ให้ท่านต่อเดือน เช่น ให้ค่าเช่า
 
มันก็จะเป็นรายได้ให้ท่านอีกทางนึง ที่สมัยนี้ นิยมเรียกกันว่า….   “Passive income”
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 872766 สมาชิกจากเว็บไซต์ pantip.com

ราศี-ปีนักษัตร ธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ คุณอยู่…

คุณอยู่ราศีอะไรกันแน่?? เคยสงสัยไหม ว่าตัวเองอยู่ราศีไหน เกิดปีอะไร ปีชวด หรือ ปีฉลู ..เค้าวัดจากอะไร เริ่มต้นหรือสิ้นสุดที่ตรงไหน .. วันนี้รวมเรื่องของราศี ปีนักษัตร มาไว้ให้พิจารณาประกอบค่ะ เพราะเห็นบางกระทู้บางเว็บ ไม่เคยบอกเราเลย ว่าเราอยู่ในราศีใด ..ทำนายแม่นมั้ย ไม่รู้อะไรเลย เพราะไม่รู้ราศีเกิด ฮา... บ้างก็ว่า ถ้าวัดวันที่ที่อยู่ระหว่าง 13-15 มักจะเป็นการทำนายของไทยเรา แต่ถ้าเริ่มนับจากวันที่ 20-21 จะเป็นของฝรั่ง ราศี ปีนักษัตร ธาตุดิน น้ำ ลม...

Read more

NPL คือ? ส่งผลต่อคนจะกู้สินเชื่ออย่างไร

NPL คือ ส่งผลต่อคนจะกู้สินเชื่ออย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อไรที่เราจะยื่นกู้สินเชื่อบ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าประเภทไหนก็ตามทางธนาคารจะมีวิธีพิจารณาเพื่ออนุมัติคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรายได้หลัก การเดินบัญชี ฯลฯ หรือแม้แต่ปัจจัยภายนอกอย่าง NPL ที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจปล่อยกู้ ซึ่งตัวผู้ที่ต้องการยื่นกู้เองควรจะลองศึกษาหาข้อมูลในเบื้องต้นเอาไว้บ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสให้เราได้รับการอนุมัติมากยิ่งขึ้น NPL ย่อมาจาก Non-Performing Loan คือ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือที่เรียกกันว่าหนี้เสีย โดยเกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นคืนให้สถาบันการเงินเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 เดือน สถาบันการเงินนั้นจะมองว่าเป็นหนี้เสียทันที โดยหากตัวบุคคลถูกตีว่าติด NPL จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือทางการเงินอย่างมาก ยิ่งหากจะทำการกู้สินเชื่อไม่ว่าจะประเภทใดก็ตามมักจะถูกปฏิเสธได้ง่าย ซึ่งจากสถิติจากปีที่ผ่านมา NPL ที่พุ่งสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ...

Read more

4 สิ่งที่ต้องทำเมื่อคิดจะแต่งบ้านด้วยตัว…

สำหรับคนที่เพิ่งซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยใหม่ การตกแต่งบ้านหรือห้องชุดจึงเป็นอะไรที่ให้ความสุข แต่อีกด้านก็ทำให้คุณต้องขบคิดต่อ หรือสำหรับคนที่มีบ้านของตัวเองแล้ว ก็อาจจะเริ่มออกอาการเบื่อการตกแต่งในสไตล์เดิมๆ ที่อาจจะไม่เข้ากับยุคสมัย จึงตั้งใจจะปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในใหม่ เพื่อให้บ้านน่าอยู่น่าอาศัยและไม่จำเจจ แต่ยังติดที่ไม่มีไอเดียอะไรแปลกใหม่ หรือไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนอย่างไร เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝาก1.หาดีไซน์ที่ใช่ ยินดีด้วยกับคนที่ค้นพบสไตล์ที่ใช่ที่เหมาะจะใช้เป็นการตกแต่งบ้านของคุณ แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ใจหรือยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ อาจต้องใช้เวลาในจุดนี้ ดีที่สุดคือเริ่มมองหาจากการอ่านการเห็น ตามหน้าหนังสือนิตยสารเพื่อการตกแต่งบ้านทั้งไทยและเทศ หรือแหล่งข้อมูลที่มีอยู่เยอะมาก เช่น การเสิร์ชหาสไตล์การตกแต่งบ้านในแบบต่างๆ  บนโลกอินเทอร์เน็ต ตัวช่วยที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนด์ เพราะมีข่าวสารความเคลื่อนไหวในโลกของการตกแต่งให้คุณได้เสพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีกแหล่งข้อมูลที่อยากแนะนำ คือ ลองเข้าไปเสิร์ชตามเว็ปไซท์ดีเวลลอปเปอร์ต่างๆ เพื่อมองหาห้องตัวอย่างที่มีอินทีเรียออกแบบมาแล้วอย่างดี คุณจะเห็นได้เลยว่าดีเวลลอปเปอร์เหล่านี้มีไอเดียการตกแต่งบ้านในสไตล์ที่แปลกใหม่ น่าสนใจ และอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนำมาดัดแปลงใช้กับบ้านหรือห้องของคุณ2. ปรึกษาผู้รู้ เคยได้ยินคำนี้ไหม “อยากรู้เรื่องไหนให้อยู่ใกล้คนแบบนั้น” หากใครมีญาติหรือเพื่อนที่ทำงานเป็นดีไซเนอร์...

Read more

DIY ของแต่งบ้านวินเทจ จากของเหลือใช้ ทำไ…

วินเทจ คำสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง หนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน แฟชั่น ไปจนถึงการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจที่กำลังเป็นที่นิยมมากที่สุด สังเกตได้จากร้านขายของแต่งบ้านแนววินเทจที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นดอกเห็ด และด้วยความเก่าความเก๋าและดีไซน์ของแต่งบ้านแนววินเทจนี้เองจะเปลี่ยนแปลงให้บ้านของเราดูมีสเน่ห์ไปในพริบตา ด้วยของเก่าที่หายากและไม่ซ้ำใคร ซึ่งแน่นอนยิ่งของแต่งบ้านแนววินเทจที่มีอายุมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นไปเรื่อยๆ ใครที่เคยคิดอยากจะแต่งบ้านด้วยของแต่งบ้านแนววิจเทจหลายคนจึงต้องระเหี่ยใจไปตามๆ กัน จากดีไซน์ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีราคาแพงมากๆบางชิ้นราคา 6 หลักก็ยังมีให้เห็น แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปวัยรุ่น! เพราะวันนี้ Infinite Estate จะมาแนะนำการ DIY ของแต่งบ้านวินเทจจากวัสดุเหลือใช้ที่ใครๆ ก็ทำได้ แถมยังประหยัดงบมากๆ อีกด้วยตู้เก็บของจากกระเป๋าใบเก่า   ของแต่งบ้านวินเทจชิ้นนี้ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกตา และสามารถทำเองได้ง่ายมาก สำหรับใครที่มีกระเป๋าเดินทางใบเก่า หรือ  กระเป๋าสัมภาระขนาดกลางๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว  และมีขนาดพอเหมาะที่สามารถจัดเก็บของได้พอสมควรให้รีบเอามาดัดแปลงให้เป็นชั้นเก็บของแล้วบ้านของคุณจะดูวินเทจจากไอเทมที่มีไม่กี่ชิ้นในโลก วิธีการ DIY...

Read more